พฤติกรรมที่ต้องเลี่ยงด่วนถ้าไม่อยากปวดหลัง

โรคปวดหลังเป็นที่ใครๆก็ไม่อยากเป็น แต่กลับกลายเป็น โรคฮิตที่เป็นกันได้ทุกเพศทุกวัย ซึ่งสาเหตุของอาการปวดหลังมักเกิดจากพฤติกรรมประจำวันที่หลายคนมองข้ามกันอยู่บ่อยครั้ง ทั้งยังเป็นโรคเรื้อรังและสร้างความน่ารำคาญแก่ผู้ที่เป็นอยู่ไม่น้อย เรามาดูพฤติกรรมเสี่ยงของโรคปวดหลังกันว่ามีอะไรบ้าง รู้แล้วจะได้หลีกเลี่ยงหรือปรับพฤติกรรมเพื่อลดโอกาสในการปวดหลังนั่นเอง

-การทำงานด้วยท่าทางซ้ำๆ

เช่น ยกของหนักบ่อยๆ และยกแบบผิดวิธี พฤติกรรมแบบนี้มักจะก่อให้เกิดโรคปวดหลังได้ไม่ยาก แม้กระทั่งคนทำงานในออฟฟิศก็ยังเป็นได้ โดยเฉพาะใครที่ชอบนั่งหลังค่อมเป็นเวลานาน ทำงานก็ใช้กล้ามเนื้อซ้ำๆ โดยเน้นบริเวณกล้ามเนื้อหลังบ่า ไหล่คอ ก็มีสิทธ์ปวดไหล่ร้าวไปยังด้านหลังได้เช่นกัน ดังนั้น ควรพักเปลี่ยนอิริยาบถเป็นเดินยืดแข้งยืดขาบ้างก็จะเป็นการดีมาก

-ที่นอนนุ่มหรือแข็งเกินไป

หากที่นอนนุ่มจนบุ๋มลงไป ทำให้นอนแล้วมีอาการปวดหลังอย่างแน่นอน รวมถึงที่นอนแบบแข็งเกินไปก็อาจจะทำให้นอนแล้วไม่สบายหลังได้เช่นกัน ดังนั้น ที่นอนจึงควรมีความนุ่มหรือแข็งพอดีๆ ในส่วนของหมอนควรรองต้นคอได้พอดี และหากชอบนอนตะแคง หมอนที่หนุนควรสูงพอที่จะไม่ให้ไหล่ถูกกดทับเป็นเวลานานเช่นกัน

-นอนท่าเดียวเป็นเวลานาน

หากมีพฤติกรรมนอนตะแคงข้างด้านเดียวทุกวันหรือนอนคว่ำนานๆ ตื่นเช้ามาอาจมีอาการปวดไหล่หรือปวดหลังได้ ดังนั้น ควรปรับเปลี่ยนท่านอนใหม่ โดยควรนอนตะแคงข้างซ้ายขวาแบบพลิกตัวไปมาเป็นระยะ หลีกเลี่ยงการนอนตะแคงข้างเดิมเป็นเวลานาน

-ใส่รองเท้าส้นสูงบ่อยๆ

หากใส่รองเท้าที่ระดับส้นมีความสูงมากก็จะทำให้ปวดหลังเรื้อรังได้ เพราะทำให้กล้ามเนื้อหลังกับสะโพกต้องรับน้ำหนักเพื่อเกร็งตัวถ่วงไม่ให้ตัวล้มไปข้างหน้า

-สะพายกระเป๋าหนักเกินไป

โดยเฉพาะสาวๆ น้ำหนักกระเป๋าที่สะพายข้างเดียวล้วนก่อให้เกิดไหล่เอียง หรือตัวเอียงไปอีกข้าง เพื่อฝืนให้ทรงตัวอยู่ได้ จึงทำให้กล้ามเนื้อด้านข้างและด้านหลังทำงานหนัก หากกล้ามเนื้อมีการอักเสบขึ้นก็จะปวดหลังได้นั่นเอง

-มีน้ำหนักตัวมากหรืออ้วน

การมีน้ำหนักตัวที่อ้วนมาก ทำให้กระดูกสันหลังและกล้ามเนื้อหลังต้องรองรับน้ำหนักมากอยู่ตลอดเวลา ยิ่งน้ำหนักมากเท่าไร กระดูกสันหลังก็ต้องรองรับน้ำหนักมากขึ้นเท่านั้น นานวันเข้า กระดูกสันหลังก็จะเสื่อมก่อให้เกิดอาการปวดหลังแบบเรื้อรังได้

-ดื่มกาแฟมากเกินไป

กาแฟไม่ได้ทำให้ปวดหลังโดยตรง แต่กาแฟจะไปเพิ่มการขับแคลเซียมออกทางปัสสาวะ ซึ่งจะทำให้กระดูกพรุนได้ง่าย และอาจมีผลทำให้กระดูกสันหลังเสื่อมได้เร็วขึ้นนั่นเอง

-สูบบุหรี่

นิโคตินในบุหรี่ทำให้หมอนรองกระดูกขาดออกซิเจน หมอนรองกระดูกจะเสื่อมหรือยุบตัวเร็วมากกว่าคนที่ไม่สูบบุหรี่ หากไม่ลดการสูบบุหรี่ลง โอกาสที่จะเกิดอาการปวดหลังก็ย่อมมีมากขึ้นเรื่อยๆ

อย่างไรก็ตาม หากไม่มีพฤติกรรมดังกล่าวแล้วยังมีอาการปวดหลัง ควรไปพบแพทย์เพื่อหาสาเหตุและแก้ไขให้ทันท่วงทีจะได้ไม่ต้องทนทุกข์ทรมาน เพราะอาการปวดหลังเรื้อรังอีกต่อไป

 

 

ขอขอบคุณเรื่องราวดีๆจาก เว็บ sanook.com